ประเภทของค่าย
ชื่อนางสาวประภัสสร ทองสุข รหัส 5381123227 หมู่เรียนD4 ET.3
ประเภทของค่าย
ประเภทของการจัดค่าย
การจัดค่ายสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ ดังนี้
1. ค่ายประเภทกิจกรรมวิชาการ
ค่ายประเภทกิจกรรมวิชาการ จัดได้หลากหลายรูปแบบ
แต่ควรเป็นกิจกรรมที่แตกต่างจากการเรียนในหลักสูตรปกติ กล่าวคือ
กิจกรรมมีความน่าสนใจ สนุก ท้าทาย มีความอิสระทางความคิด
เปิดโอกาสให้ปฏิบัติมากที่สุดและผู้เข้าค่ายทุกคนได้แสดงออกถึงศักยภาพของตน
องอย่างเต็มที่ ซึ่งมีลักษณะที่สำคัญ ดังนี้
1. มีการกำหนดวัตถุประสงค์และแนวปฏิบัติที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม
2. บูรณาการวิชาการกับชีวิตจริง
ให้ผู้เข้าค่ายได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเรียนรู้ตลอดชีวิตและสนุกสนาน
กับการใฝ่รู้ใฝ่เรียน
3. เน้นการเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ
ที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต
เป็นเรื่องราวที่เป็นปัญหาสำคัญของสังคมในปัจจุบัน
โดยเฉพาะปัญหาที่เกิดขึ้นในท้องถิ่น
ที่ทุกคนควรรับรู้ถึงความรุนแรงของปัญหาและร่วมมือกันหาทางแก้ไข
โดยใช้ชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ ใช้ภูมิปัญญาในชุมชนเป็นครูผู้สอน
4. เป็นกิจกรรมที่ผู้เข้าค่ายมีโอกาสใช้ความคิดของตนเองอย่างอิสระ และได้รับประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติด้วยตนเอง
5. เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
การเข้าค่ายนอกจากผู้เข้าค่ายจะได้รับความรู้และความสนุกสนานแล้ว
ควรจะส่งเสริมให้ผู้เข้าค่ายมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
รู้จักคิดและสามารถนำเอาความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้
6. ใช้แหล่งเรียนรู้ในชุมชนเป็นแหล่งค้นคว้า
เป็นห้องสมุดธรรมชาติที่มีคุณค่า ทำให้เกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรง
ผู้เข้าค่ายแสวงหาคำตอบจากการสังเกต สัมผัส รับรู้เกิดความเข้าใจ
เป็นประสบการณ์ที่มีความหมาย นำไปสู่การสร้างองค์ความรู้
ข้อสรุปที่จำได้ดีและคงทน ถ้าสิ่งนั้นผู้เรียนค้นพบด้วยตนเอง
โดยมีกิจกรรม/ใบงาน มอบหมายให้แต่ละคนหรือกลุ่มย่อยไปค้นหาคำตอบ
7. ใช้กระบวนการกลุ่มในการจัดประสบการณ์การเรียนรู้ ฝึกให้คิดวิเคราะห์
สร้างสรรค์ จินตนาการที่เป็นประโยชน์และสัมพันธ์กับวิถีชีวิต
8. มีการประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรม ด้วยวิธีที่หลากหลายและสอดคล้องกับกิจกรรมอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง
2. ค่ายประเภทกิจกรรมนันทนาการ
การจัดค่ายพักแรมและกิจกรรมนันทนาการเป็นของคู่กัน
การที่คนจำนวนมากไปอยู่ร่วมกันเป็นเวลาหลายวันหลายคืน
และมีกิจกรรมหลักที่จะต้องทำให้เสร็จในเวลาที่จำกัด
ความเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าและความเครียดย่อมมีเป็นธรรมดา
จึงมีความจำเป็นที่จะต้องหากิจกรรมที่เป็นสื่อสัมพันธ์และสร้างมิตรภาพตลอด
จนคลายความเครียด ซึ่งกิจกรรมที่ช่วยได้ดีที่สุด ก็คือ
กิจกรรมนันทนาการนอกจากจะช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดแล้ว กิจกรรมนันทนาการ
ยังช่วยสร้างเจตคติที่ดีต่อการอยู่ค่ายไม่ว่าจะเป็นเนื้อหาหรือกระบวนการ
ช่วยฝึกให้มีวินัย ความมีน้ำใจ ความเสียสละ ความอดทน ความสนุกสนาน
ส่งเสริมการแสดงออก ความสามัคคีและความเป็นผู้นำ
ผู้เข้าค่ายจะมีความรู้สึกประทับใจมากน้อยเพียงใดในการอยู่ค่าย
ขึ้นอยู่กับการจัดกิจกรรมนันทนาการ หากได้มีการจัดกิจกรรมที่เหมาะสมแล้ว
ผู้เข้าค่ายจะเกิดความประทับใจต่อการอยู่ค่าย
กิจกรรมนันทนาการในค่ายปฏิบัติการง่ายๆคลายโลกร้อน กำหนดไว้ 6 ประเภท
ได้แก่
1. กิจกรรมละลายพฤติกรรม
2. กิจกรรมเสริมประสบการณ์การเรียนรู้
3. กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์
4. กิจกรรมประกอบเพลง
5. กิจกรรมวอร์คแรลลี่ (Walk rally)
6. กิจกรรมรอบกองไฟ
ความแตกต่างกันของค่ายทั้ง 2 ประเภท คือ
-ค่ายประเภทกิจกรรมวิชาการจะเน้นเกี่ยวกับที่เป็นเนื้อหาความรู้ที่สาม
มารถนำมาบูรณาการใช้ในชีวิตประจำวันได้มากกว่าเน้นการผ่อนคลาย สนุกสนาน
-ค่ายประเภทกิจกรรมนันทนาการจะเน้นเป็นพวกกิจกรรมที่คลายความเหน็ดเหนื่อย
เมื่อยล้า สนุกสนาน สร้างเจตคติที่ดีต่อกันให้รู้จักช่วยเหลือเกื้อกูลกัน
และเป็นกิจกรรมที่ไม่เน้นเนื้อหาสาระมากนัก
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น